คอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก อายุ 6-18ปี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก

อีกไม่นาน AEC ก็จะเข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การเตรียมตัวต้อนรับกับ AEC นั้นก็ควรจะฝึกให้บุตรหลานของท่านนั้นเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้นเพื่อที่จะได้เทียมเท่ากับชาติอื่นๆในอาเซียน แต่เราจะทำอย่างไรให้บุตรหลานของเราเก่งเทียบเท่าเค้า ให้สถาบัน BrainFit Studio เป็นตัวช่วยที่จะทำให้บุตรหลานของท่านนั้นเก่งภาษาอังกฤษขึ้น และยังพัฒนาด้านอื่นๆไปพร้อมๆกันอีกด้วย

ทำไมต้อง BrainFit Studio ?

เพราะว่าเป็นสถาบันเดียวในไทยที่ได้ใช้ความรู้ทางด้านสมองมาปรับ ใช้กับหลักสูตร พร้อมทั้งซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการฝึกภาษาอังกฤษสำหรับเด็กนั้นก็เป็นซอฟท์แวร์ที่ได้ผ่านการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทำให้ผู้สอนเข้าใจกลไกของสมอง และทำให้สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กได้อย่างถูกวิธี และทำให้เด็กนั้นเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งซอฟท์แวร์ที่ทางสถาบัน BrainFit Studio ได้นำมาใช้นั้นได้ผ่านการทดลองใช้แล้วว่าได้ผลจริงจากสถาบันชื่อดังทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัย Stanford และ Harvard และหลักสูตรที่ทางสถาบัน BrainFit Studio ได้นำมาใช้นั้นได้ผ่านการรับรองจากผลการวิจัยเป็นที่แน่นอนกว่า 250 ฉบับแล้วว่า ผู้ที่เรียนจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะด้านของภาษา ซึ่งผู้ที่ฝึกโดยใช้หลักสูตรนี้อย่างต่อเนื่อง 2-3 เดือน นั้นสามารถมีพัฒนาการทางด้านภาษาเทียบเท่ากับผู้ที่เรียนแบบปกติ ถึง 1-2 ปี

ทางสถาบัน BrainFit Studio รับรองได้ว่าผู้ที่ได้ผ่านการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กจากทางสถาบันจะมีพัฒนาการทางด้านภาษอังกฤษดีขึ้นอย่างแน่นอนพร้อมทั้งสมองจะแข็งแรงขึ้น และการเรียนก็จะดีขึ้นทุกๆวิชา และอีกอย่างที่สถาบัน BrainFit Studio แตกต่างจากที่อื่น ก็คือทักษะที่ได้จะติดตัวกับผู้เรีรยนไปตลอดชีวิต

หากผู้ปกครองท่านใดสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.brainfitstudiothailand.com


สื่อการสอนภาษาอังกฤษแบบใหม่ เห็นผลสนทนาเหมือนเจ้าของภาษา

Image                เวลาเข้าชั้นเรียนภาษาอังกฤษไม่ว่าจะที่โรงเรียน หรือที่มหาวิทยาลัย เคยถามตัวเองกันไหมคะ ว่าเรียนเพื่อแค่ผ่าน หรือพูดง่ายๆว่าขอไปที เพราะมีในหลักสูตรไม่อย่างนั้นจะไม่จบ กับเรียนเพื่ออยากเรียนภาษาอังกฤษจริงๆจะได้เป็นประโยชน์ในการทำงาน คิดว่าคำตอบส่วนใหญ่จะเรียนกันเพื่อผ่านเสียมากกว่า เพราะหลายคนพอพูดเรื่องภาษาอังกฤษก็เบ้หน้าหนีซะแล้ว เอาล่ะค่ะ ลองสลัดความคิดเรื่องภาษาอังกฤษแบบเก่าทิ้งใหม่ มาตั้งต้นใหม่กับสื่อการสอนภาษาอังกฤษที่เหนือชั้น รับรองเลยว่าหากผ่านคลาสการเรียนการสอนที่ใช้สื่อการสอนภาษาอังกฤษที่ดีขนาดนี้แล้ว คุณจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อีกก็ให้มันรู้กันไป

ก่อนอื่นนะคะ เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.adbkk.com/th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่แตกต่างจากสถาบันอื่นๆ แตกต่างกว่ายังไง แตกต่างตรงที่เขาใช้สื่อการสอนภาษาอังกฤษนี่ล่ะค่ะ เพราะเขาได้จัดโปรแกรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ควบคุมรวมไปถึงในเรื่องของสมาธิด้วย สมาธิมีผลสำคัญอย่างมากเลยนะคะสำหรับการเรียน ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็แล้วแต่ สำหรับสถาบันนะคะ จะใช้สื่อการสอนภาษาอังกฤษหลักๆ เลยก็คือ Fast Forword คือ โปรแกรมฝึกสมองนั่นเองค่ะ สามารถพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ในขั้นพื้นฐานต่อยอดให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ไวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังฝึกความจำ สมาธิ ฝึกให้สมองมีความรวดเร็วต่อการประมวลผลต่างๆ และยังช่วยจัดการกับทักษะการเรียงลำดับก่อนหลังได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ ส่วนสื่อการสอนภาษาอังกฤษอีกตัวที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Reading Assistant Software เป็นโปรแกรมที่ช่วยเหลือผู้เรียนภาษาอังกฤษในเรื่องทักษะการอ่านได้เป็นอย่างดี เพราะโปรแกรมตัวนี้จะทำหน้าที่ฟังและอ่านออกเสียงคำที่ถูกให้เราฟังเพื่อความถูกต้องอีกด้วย

อย่ามัวแต่ยี้เมื่อได้ฟังคำว่าภาษาอังกฤษ เพราะหากคุณมีภาษาสากลติดตัว ไม่ว่าคุณจะไปทำงานที่ไหน คุณก็สามารถไปทำงานได้หมดทุกที่แบบไม่มีข้อจำกัด อย่าลืมนะคะว่า งานมา เงินก็มาเป็นเงาตามตัวกันค่ะ

อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย


หลักสูตรการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก

Image

การเรียนนั้นเป็นอะไรที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเรียนแบบไหนถ้าได้ชื่อว่ามีความรู้ไม่ได้เดือนร้อนหรือเป็นภัยของสังคมก็ถือได้ว่ากาเรียนนนั้นมีประโยชน์อย่างมาก การเรียนรู้นั้นสามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ และสามารถนำมาประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงชีพได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง เรียนภาษาอังกฤษเมื่อเราเลือกที่จะเรียนรู้เราก็จะมีการรับรู้ที่รวดเร็วกว่าคนอื่นเพราะว่าเรามีความชอบในตัวอยู่แล้ว หลักสูตรการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กนั้นตอนนี้ก็มีการปูพื้นฐานตั้งแต่ยังเด็ก และเด็กหากเลือกที่จะเรียนรู้แล้วก็ยิ่งจะสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น และต้องอยู่ที่สถาบันการสอนด้วยว่ามีการสอนที่ดีไหม เรียนไปแล้วเด็กมีการพัฒนาขึ้นรึป่าว สิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีการประเมินก่อนเรียนเพื่อนที่จะได้ดูว่าเด็กมีการพัฒนาขึ้นมากน้อยแค่ไหน

สถาบันที่เปิดหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กนั้นมีการเปิดสอนอยู่หลายหลักสูตรทุกทีอาจจะไม่เหมือนกันอยู่ที่เทคนิคการสอนของแต่ละทีด้วยค่ะว่าสอนแบบไหนแต่ที่ BrainFit Studio สถาบันพัฒนาสมองและภาษาอังกฤษแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทางด้านสมองและการศึกษา เราจัดการเรียนรู้ที่เข้มข้นได้ผลดีและสนุกสนานผ่านโปรแกรมการเรียนภาษาอังกฤษที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพเพื่อให้เด็กๆ สามารถปรับใช้ได้ทั้งในห้องเรียน และชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครร่วมคอร์สหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 02 656 9938-9 หรือกรอกรายละเอียดของท่านที่ contact form ด้านขวามือหน้าเว็บไซต์ แล้วเราจะรีบติดต่อกลับไปหาท่านทันที

หากสนใจติดต่อหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก


เด็กซนเด็กสมาธิสั้น ต่างกันอย่างไร

สมาธิสั้น

เด็กส่วนมากมักจะมีจินตนาการที่เราไม่อาจคาดคิดได้อยู่เสมอ ในหนึ่งๆวันเขาจะใช้พลังงานไปกับการเล่นซนของเขาเป็นซะส่วนใหญ่ เราอาจจะมองว่าการที่เด็กซนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าดูเท่าไรต้องการที่จะให้เขาได้มานั่งเรียน อ่านหนังสืออยู่นิ่งๆมากกว่าเพราะจะทำให้เขาได้ความรู้มากกว่าการออกไปเล่นเป็นเวลานาน แต่ท่านจะรู้ไหมว่าความรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ในหนังสือเพียงอย่างเดียวและร่างกายก็ไม่ได้เจริญเติบโตเพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นต้นใม้แตกใบอ่อนในสวนหลังบ้าน เห็นผีเสื้อบินมาเกาะที่ดอกไม้  เสียงเครื่องบินที่ได้ยินเป็นครั้งคราว การเล่นก่อกองทรายหรือได้แผลมาจากการตกต้นไม้ สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งแต่เรากลับมาว่าเขาซนจนเกินไป ดูสมาธิสั้น ไม่มีใจจดจ่อที่จะมานั่งอ่านหนังสือได้นานๆ ซึ่งในวันนี้เราจะแยกแยะถึงความแตกต่างของเด็กสมาธิสั้นกับเด็กซนกันว่าจะต่างกันแค่ไหน

เด็กซน เป็นธรรมชาติของเด็กทั่วไป มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบที่จะเล่นอะไรท้าทายอยู่ตลอดเวลา อยากลองผิดลองถูก บ้างครั้งก็ดูเกเรจนเกินไป มักจะทำอะไรไม่ได้นานเดี๋ยวก็เบื่อ บางทีก็พูดเสียงดัง มีเพื่อนเยอะ เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ ไม่สนใจเวลาเราพูดอะไร นี่คือพฤติกรรมปกติของเด็กซนทั่วไป

เด็กสมาธิสั้น จะดูวอกแว่กง่าย เบื่อง่ายแม้จะหยิบจับอะไรเพียงแป๊บเดียวก็เลิกเล่นแล้วหันไปสนใจกับสิ่งอื่นแทน เหม่อลอยไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรือแม้กระทั่งเวลาที่เราพูดกับเขาก็ตาม ชอบวิ่งไปมาแต่ในเด็กบางคนกลับนั่งอยู่เฉยๆไม่ยอมขยับไปไหน แสดงอาการที่ดูก้าวร้าวและส่งเสียงอยู่ตลอดเวลา

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าเด็กซนกับเด็กสมาธิสั้นนั้นมีความคลายกันอยู่พอสมควร ถ้าจะสังเกตุถึงความต่างให้ชัดเจนเราก็ควรหมั่นใส่ใจเขาอยู่ตลอดเวลา เข้าใจเขาในแบบที่เขาเป็นรวมถึงหาวิธีการแก้ไขให้ถูกวิธี หรือถ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้นเพิ่มเติมก็เชิญติดต่อได้ที่สถาบัน Brainfit Studio เรายินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ หรือโทรมาขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ หมายเลข 02 656 9938 – 9  หรือกรอกข้อมูลที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่ Contact Form ด้านขวามือหรือติดต่อได้ ที่นี่ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


วิธีการแก้ปัญหาของเด็กสมาธิสั้น

Image

โรคสมาธิสั้นคือ กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กก่อนอายุ 7 ขวบ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่นของเด็ก กลุ่มอาการนี้ได้แก่ ขาดสมาธิ การขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง อาการซน เด็กบางคนอาจจะมีอาการซนและการขาดความสามารถในการควบคุมตัวเองเป็นอาการหลัก ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย หรือบางคนอาจจะมีอาการขาดสมาธิเป็นปัญหาหลัก พบได้บ่อยพอ ๆ กันในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย โรคสมาธิสั้นนี้พบได้บ่อยในทุกประเทศทั่วโลก ในต่างประเทศพบว่าประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของเด็กในวัยเรียน เป็นโรคสมาธิสั้น

และในสมัยนี้ยังมีสถาบันการเรียนการสอนสำหรับเด็กสมาธิสั้นโดยเฉพาะเพราะว่าการเรียนของเด็กสมาธิสั้นนั้นอาจจะเรียนร่วมกับคนอื่นไม่ค่อยได้ จึงอาจจะต้องงเรียนโรงเรียนเฉพาะหรือสถาบันที่เกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้นโดยเฉพาะ เพราะว่าวิธีการสอนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากการเรียบนการสอนในชั้นเรียน การเรียนของสถาบบัน BrainFit Studio ของเราจะขอเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอของปัญหาเหล่านั้นและทำให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านสมองที่ดีขึ้น และเป็นไปอย่างถูกขั้นตอนและเป็นธรรมชาติ เพราะด้วยหลักสูตรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่เรานำมาใช้กับเด็กแต่ละคน  และก่อนที่จะฝึกและพัฒนาเด็กนั้นก็จะมีการประเมินความสามารถทางด้านสมองของเด็กๆ ก่อนเพื่อนำมาประเมินและจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน และสอนด้วยวิธีที่ทางสถาบันของนั้นจัดการสอนขึ้นมาเองโดยอาจารย์ที่มีประสบการณ์ทางนี้โดยตรงมาสอนให้ด้วยค่ะ

ถ้าหากคุณคิดว่าบุตรหลานของท่านอาจจะมีปัญหาเป็นเด็กสมาธิสั้น คุณสามารนำบุตรหลานของท่านมาขอรับคำปรึกษาได้ฟรีที่สถาบัน หรือโทรมาขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ หมายเลข 02 656 9938 – 9  หรือกรอกข้อมูลที่ท่านต้องการสอบถามได้ที่ Contact Form ด้านขวามือ แล้วเราจะติดต่อท่านกลับไปให้เร็วที่สุดค่ะ

หากสนใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนของเด็กสมาธิสั้น คลิกที่นี่   เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม


หลักการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองให้เข้าใจ

Image

หลักการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองนั้นจริงๆ แล้วการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดี ไม่ยากอย่างที่คิด ภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 4 ทักษะหลัก ได้แก่ การฟัง การอ่าน การพูด และ การเขียน เริ่มจากการฟังก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการฟังภาษาอังกฤษนั้นไม่ตายตัว สำเนียงภาษาอังกฤษแบ่งออกได้หลายสำเนียงมากแล้วแต่ท้องถิ่นนั้นๆ การฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยตนเองนั้น สามารถทำได้หลายวิธีค่ะ ซึ่งให้เลือกฟังจากรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เพลง ภาพยนตร์ ละคร และข่าว การอ่านให้ได้ผลดีต้องรู้จักสังเกตการใช้รูปประโยคของภาษาอังกฤษในแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปประโยคพื้นฐานทั่วไปอีกด้วย การพูดเป็นทักษะอีกอย่างหนึ่งที่คนไทยไม่มั่นใจมากที่สุดเพราะไม่ได้ใช้มากนักในชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่คุ้นเคยกับการพูดภาษาอังกฤษ การพูดภาษาอังกฤษให้ได้ดีต้องอาศัยการฟังและการอ่านเยอะๆ หลังจากนั้นก็ควรที่จะฝึกพูดอยู่บ่อย เคล็ดลับสำหรับการเขียนภาษาอังกฤษให้เก่งนั้น ต้องมีความเข้าใจในส่วนของหลักการใช้ภาษาอังกฤษเพราะการเขียนภาษาอังกฤษให้ได้ดีนั้นต้องอาศัยเวลา

หรือถ้าคิดว่าไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วไม่ได้นั้นก็สามารถมาเรียนที่สถาบันของ  BrainFit Studio โดยคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.adbkk.com/th/เรียนภาษาอังกฤษ  ที่มีสื่อการสอนที่จะช่วยให้คุณเรียนภาษาอังกฤษได้เป็น อย่างดี แค่เพียงฝึกด้วยตนเองติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอเพียงเวลา 2 เดือน พัฒนาการด้านภาษาของคุณจะก้าวหน้าเหมือนฝึกธรรมดา 2 ปี โปรแกรมที่ได้ผ่านการรับรองแล้วว่าได้ผลจริง ผ่านการทดลองใช้จากนักเรียนในสถาบันชื่อดังกว่า 200 สถาบันทั่วโลก  ติดต่อขอรับคำปรึกษา และทดลองใช้โปรแกรมได้ฟรี

หากท่านใดสนใจเรียนภาษาอังกฤษก็สามารถขอทดลองใช้โปรแกรมได้ฟรีที่สถาบันของเรา หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถกรอกข้อมูลของท่านที่ contact form ด้านขวามือ แล้วเราจะติดต่อท่านกลับไปทันทีค่ะ


banner3_0.jpg